ผู้เขียน หัวข้อ: บริหารจัดการอาคาร: หม้อแปลงระเบิด เกิดจากสาเหตุอะไร?  (อ่าน 3 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 832
  • ลงประกาศฟรีออนไลน์ โพสฟรี โพสต์ขายของฟรี ลงโฆษณาสินค้าฟรี โฆษณาสินค้าฟรี สมัครสมาชิก ขายรถมือสอง
    • ดูรายละเอียด
บริหารจัดการอาคาร: หม้อแปลงระเบิด เกิดจากสาเหตุอะไร?

เหตุการณ์ "หม้อแปลงระเบิด" พร้อมเสียงดังสนั่นและประกายไฟพวยพุ่ง ถือเป็นอุบัติเหตุไฟฟ้าแรงสูงที่น่ากลัวมากครับ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในละแวกนั้นทันทีแล้ว แรงระเบิดและสะเก็ดไฟยังอาจก่อให้เกิดอัคคีภัยร้ายแรงตามมาได้อีกด้วย

ในทางวิศวกรรมไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ที่ติดตั้งอยู่ตามเสาไฟฟ้าหน้าบ้านหรือในโรงงาน จะมี "น้ำมันหม้อแปลง (Transformer Oil)" บรรจุอยู่ภายในเพื่อทำหน้าที่เป็นฉนวนไฟฟ้าและช่วยระบายความร้อน การระเบิดมักเกิดจากแรงดันความร้อนแฝงภายในพุ่งสูงเกินขีดจำกัดจนถังเหล็กรับไม่ไหว โดยมี 4 สาเหตุหลักสุดคลาสสิก ดังนี้ครับ:


1. การใช้ไฟฟ้าเกินพิกัด (Overload) ลากยาวต่อเนื่อง
นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดสะสม

กลไกการเกิด: เมื่อชุมชนหรือโรงงานในละแวกนั้นมีการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมๆ กันปริมาณมหาศาล (เช่น เปิดแอร์ หม้อต้มไฟฟ้า หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่) หม้อแปลงจะต้องแบกรับภารกิจจ่ายกระแสไฟฟ้าเกินกำลังที่ตัวมันจะรับไหวลากยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง

ผลลัพธ์: ความร้อนภายในขดลวดทองแดงจะพุ่งสูงขีดสุด ทำให้น้ำมันหม้อแปลงเกิดการเดือดและแตกตัวแปรสภาพกลายเป็น ก๊าซไวไฟ ปริมาณมาก แรงดันก๊าซที่ไม่มีทางระบายจะอัดแน่นอยู่ภายในถังเหล็กจนเกิดการระเบิดออกมาราวกับลูกโป่งที่ถูกเป่าจนแตกครับ


2. ระบบไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) จากสิ่งแวดล้อม
บางครั้งอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากตัวหม้อแปลงเอง แต่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่วิ่งเข้ามาขัดขวางระบบ

กลไกการเกิด: หากเกิดฟ้าผ่าลงที่สายส่งพ่วง, กิ่งไม้ใหญ่หักโค่นทับสายไฟพาดผ่าน, หรือมีสัตว์ตัวเล็กๆ เช่น กระรอก งู หรือนก บินเข้าไปติดอยู่ระหว่างขดลวดขั้วไฟฟ้าแรงสูง จะทำให้เกิด การลัดวงจรรุนแรงกระทันหัน * ผลลัพธ์: กระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจะวิ่งย้อนทะลวงเข้าสู่หม้อแปลงภายในเสี้ยววินาที สร้างความร้อนระเบิดแบบฉับพลันจนระบบเซฟตี้ (เช่น ฟิวส์แรงสูง) ตัดไม่ทัน น้ำมันเกิดประกายไฟวาบและระเบิดทันทีครับ


3. น้ำมันหม้อแปลงเสื่อมสภาพหรือรั่วซึม (Oil Degradation & Leakage)
น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าคือหัวใจในการคุมอุณหภูมิและการเป็นฉนวน

กลไกการเกิด: หากหม้อแปลงตัวนั้นมีอายุการใช้งานมานานหลายสิบปีโดยขาดการซ่อมบำรุง หรือเกิดรอยแตกซึมจนน้ำมันรั่วไหลออกไป ทำให้ระดับน้ำมันพร่องลง หรือมี ความชื้นและสิ่งสกปรกแฝง เล็ดลอดเข้าไปผสมในเนื้อน้ำมัน

ผลลัพธ์: คุณสมบัติในการเป็นฉนวนไฟฟ้าจะพังทลายลง กระแสไฟฟ้าจะสามารถสปาร์ก (Spark) ข้ามผ่านขดลวดในจุดที่ไม่มีน้ำมันเคลือบ เกิดความร้อนเฉพาะจุด (Hotspot) อย่างรุนแรงจนเนื้อน้ำมันที่เหลืออยู่ติดไฟและระเบิดขึ้นครับ


4. ความเก่าแก่และการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ภายใน (Insulation Breakdown)
เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ชิ้นส่วนภายในหม้อแปลงย่อมมีวันหมดอายุ

กลไกการเกิด: ฉนวนที่ทำจากกระดาษพิเศษทนไฟแฝงที่ใช้พันคั่นระหว่างขดลวดทองแดง 내부 เมื่อผ่านการร้อนๆ เย็นๆ สลับกันมาเป็นเวลาหลายปี เนื้อกระดาษจะเริ่มกรอบ เปื่อย และหลุดล่อนออก

ผลลัพธ์: เมื่อฉนวนกระดาษขาด ทองแดงของแต่ละเฟสจะวิ่งเข้าหากันโดยตรง เกิดการสปาร์กอย่างรุนแรงภายในถังหม้อแปลง นำไปสู่การระเบิดในที่สุดครับ


🚨 วิธีปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยที่สุด เมื่อเจอเหตุการณ์หม้อแปลงระเบิด

อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุอย่างน้อย 10-15 เมตร: ห้ามเข้าไปมุงดูเด็ดขาด เพราะอาจมีน้ำมันร้อนๆ ที่ติดไฟพุ่งกระจายออกมา หรือมีสายไฟแรงสูงขาดร่วงลงมาที่พื้นผิวถนน

ระวัง "ภัยเงียบ" บนพื้น: หากสายไฟแรงสูงขาดลงมาพาดพื้นหรือพาดรถยนต์ ห้ามก้าวขาเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาดเพราะอาจเกิด แรงดันช่วงก้าว (Step Voltage) ทำให้ไฟดูดผ่านกระแสบนพื้นได้ ให้ใช้วิธียืนขาชิดแล้วกระโดดพร้อมกันสองขาหนีออกมาช้าๆ

ห้ามใช้น้ำเปล่าดับไฟหม้อแปลง: หากไฟลุกไหม้หม้อแปลง ห้ามเอาสาดน้ำใส่เด็ดขาดเนื่องจากเป็นสารเคมีน้ำมันและกระแสไฟฟ้าแรงสูง (ต้องใช้ถังดับเพลิงประเภท Class C หรือสารเคมีแห้งเท่านั้น)

รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที: โทรสารสายด่วน การไฟฟ้านครหลวง (MEA) โทร. 1130 หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โทร. 1129 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตัดกระแสไฟและเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างปลอดภัยที่สุดครับ